วิธีบอกลาผิวแห้ง เริ่มก่อนที่จะสาย

January 5th, 2011 by admin 1 comment »

image source

อาการผิวแห้งสามารถก่อความรำคาญให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นอาการแสบคัน และผิวแห้งกร้านแลได้ไม่สวยงาม ผิวของคุณอาจรู้สึกตึง และเจ็บ ซึ่งอาการมีอาการผื่นแดงขึ้นมา ที่สำคัญอาากรคันที่ทำให้คุณต้องเกาเบา ๆ ก็ทำให้เสียบุคคลิกได้มากทีเดียว นอกจากจะดูไม่ดีแล้วยังดูเหมือนคนเป็นโรคผิวหนัง และเป็นที่น่ารังเกียจได้เช่นกัน

อาการผิวแห้งกร้านนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงสาเหตุ และวิธีการป้องกันแก้ไข เพื่อให้คุณสามารถบอกลาผิวแห้งได้ดังใจต้องการ ผิวหนังของเราคือปราการด่านแรงที่ร่างกายมีไว้ป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ หากคุณปล่อยให้ผิวของคุณแห้งกร้าน แตกระแห้งเหมือนพื้นดิน คุณก็อาจติดเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ ซึ่งการติดเชื้อเหล่านี้สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ใหญ่กว่าได้เช่นกัน ดังนั้นหากคุณต้องการที่่จะใช้ชีวิตให้มีสุขภาพที่ีดี การดูแลเอาใจใส่ผิวก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด

เมื่อเกิดอาการผิวแห้งไม่ได้หมายความว่ามันเป็นสัญญาณบอกอาการของโรค หรือการติดเชื้อในทันที แต่ม้นอาจเป็นแค่อาการที่เกิดจากการแพ้สบู่ ใช้สบู่ที่แรงเกินไป ใส่เสื้อผ้าที่ทำให้เกิดอาการคัน ใช้โลชั่นที่ไม่ถูกต้องต่อผิว หรืออาจเป็นอาการที่เกิดจากการอาบน้ำร้อนนานเกินไปก็เป็นไปได้

นอกจากสาเหตุที่ข้างต้นแล้ว อาการผิวแห้งอาจเป็นอาการเกิดของโรคที่คุณกำลังเป็นอยู่ เช่นยาโรคเบาหวาน, ไฮโปไทรอยด์ และ ขาดสารอาหารเป็นต้น

ทำความเข้าใจกับผิวแห้ง

มาทำความเข้าใจกันก่อน โดยปกติผิวที่มีนุขภาพดีจะถูกห่อหุ้ม เหลือฉาบไปด้วยไขมันธรรมชาติ เพื่อเก็บกักไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นไป และทำให้เนียนนุ่ม สาเหตุของการเกิดผิวแห้งสามารถเกิดขึ้นได้ในสภาพแวดล้อมบางอย่าง หรือเกิดจากการกระทำของคุณเอง ซึ่งทำให้ไขมันที่ว่านี้หายไป หรือมีน้อยเกินไป จึงเกิดเป็นอาการผิวแห้ง ในบางกรณีซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้น อาจเกิดจากการเจ็บป่วยเป็นโรคบางอย่างภายในร่างกาย

อาการผิวแห้งมักเกิดที่แขน, มือ, ขา และหน้าท้อง โดยปกติแล้วอาการจะไม่รุนแรงนัก แต่ในบางกรณีอาจเป็นผื่นคัน และเป็นจัดสังเกตุบนผิวไม่น่าดู ทำให้คุณอายเวลาใส่ชุดว่ายน้ำได้เช่นกัน สำหรับคนที่มีผิวคล้ำอาการผิวแห้งจะยิ่งสังเกตุได้ชัด มากกว่าคนผิวขาว และหากดูแลรักษาไม่ถูกวิธีก็อาจนำไปสู่โรคผิวหนังได้ ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการติดเชื้อของผิวนั่นเอง ข่าวดีก็คืออาการผิวแห้งที่เกตุจากปัจจัยภายนอกร่ายกาย ซึ่งไม่ได้เกิดจากการเจ็บป่วยสามารถรักษาให้หายได้ไม่ยากนัก สิ่งที่คุณต้องทำก็คือเริ่มต้นดูแลผิวให้เหมาะสม เพียงเท่านี้ปัญหาผิวแห้งก็จะไม่มากวนใจคุณอีก

ใช้ และเลือกโลชั่นให้ถูกวิธี

การใช้โลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นที่ถูกวิธีจะต้องใช้หลังจากผิวแห้งสนิท ไม่ใช่อาบน้ำเสร็จก็มาทาทันทีทั้ง ๆ ที่ผิวยังไม่แห้งพอเพราะจะทำให้ความชุ่มชื้นใน โลชั่นไม่สามารถซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้ดีพอ ดังนั้นคุณควรรอให้ผิว และเนื้อตัวแห้งสะก่อนโดยใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดให้แห้ง จากนั้นอาจรอซักพักจึงค่อยมาทา โลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว สิ่งที่ควรระวังอีกประการหนึ่งคือ ผ้าเช็ดตัวที่ใช้ไม่ควรจะอับชื้นเกินไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อผิวของคุณเช่นกัน

นอกจากนี้คุณจะต้องเลือกโลชั่นให้ถูกประเภท สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมากควรเลือกโลชั่นที่มีความชุ่มชื้นมากหน่อย ที่สำคัญโลชั่นเหล่านี้ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์กซึ่งจะทำให้ผิวแห้งมากกว่าเดิม โดยปกติของถูก ๆ มักมีส่วนผสมที่ไม่ดีนัก ควรเลือกใช้ของที่ดีซักหน่อย และสังเกตุดูส่วนผสมของโลชั่นให้ดีก่อนเลือกซื้อ โลชั่นควรมีความหนาของเนื้อโลชั่นระดับหนึ่ง และควรมีความเป็นมันวาวเมื่อถาลงสู่ผิว เพื่อที่จะสามารถช่วยคุณเก็บกัก่ความชุมชื้นที่ผิวต้องการไว้ได้

วิธีการทดสอบโลชั่นอย่างหนึ่งคือ ให้คุณบีบหรือเทโลชั่นลงบนฝ่ามือ จากนัั้นให้หงายฝ่ามือ่ชึ้น ถ้าโลชั่นไหลหยดย้อยลงสู่พื้น นั่นหมายความว่าเนื้อครีมของโลชั่นไม่หนาพอ ทำให้โลชั่นควรนั้นไม่สามารถเก็บกักความชุ่มชื้น และแก้ปัญหาผิวแห้งของคุณได้

เมื่ออากาศเย็น และแห้ง

อากาศแห้ง และเย็นเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของอาการผิวแห้ง ไม่ว่าจะเป็นหน้าหนาวที่มาถึง หรือการใช้ชีวิตอยู่ในห้องแอร์เป็นประจำ สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดผิวแห้งได้เช่นกัน สิ่งที่ทำให้อาการผิวแห้งคันเลวร้ายขึ้นไปอีกคือ การอาบน้ำร้อนในหน้าหนาว ซึ่งจะยิ่งทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื่นอย่างมาก วิธีการแก้ไขคือคุณจะต้องไม่เปิดแอร์เย็นเกินไป และไม่อาบน้ำร้อนที่ร้อนจนเกินไป นอกจากนี้คุณควรใช้โลชั่นอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในห้องแอร์ทุกวัน คุณอาจพกขวดโลชั่นไปทาที่ทำงาน และทาอีกครั้งหลังอาบน้ำเสร็จที่บ้าน

อากาศเย็นไม่ว่าจะเกิดจากฤดูหนาว หรือเกิดจากความเย็นของแอร์ จะสามารถให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นด้านใน หรือนอกร่มผ้า ดังนั้นคุณควรเอาใจใส่ผิวของคุณในร่มผ้าด้วยเช่นกัน

ดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอ

ร่างกายของเราเสียความชุ่มชื้นตลอดเวลา การดื่มน้ำวันละ 8 แก้วเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายของคุณสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิวขึ้นมาทดแทนความชุ่มชื้นที่สูญเสียไปได้  นอกจากการดื่มน้ำจะช่วยให้ในเรื่องของผิวพรรณแล้ว การดื่มน้ำวันละ 8 แก้วยังช่วยให้เรื่องของการขับถ่าย และสุขภาพในด้านต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย

เลือกใช้สบู่ให้ถูกต้องกับผิว

ปัญหาอย่างหนึ่งของผู้ที่มีผิวแห้งหลุดลอกก็คือ ใช้สบู่ไม่ถูกต้องกับสภาพผิว สบู่สามารถล้างไขมันที่คอยปกป้องผิว ทำให้ผิวเกิดอาการแห้งคันขึ้นมาได้ โดยเฉพาะเมื่อเราฟอกสบู่มากเกินไป ผิวของเราจะยิ่งแห้ง ในความเป็นจริงร่างกายของเราอาจไม่ได้สกปรกติอย่าที่เราคิด จึงไม่จำเป็นต้องขัดถูสบู่ให้มาก หรือนานจนเกินพอดี เพื่อให้คุณไม่สูญเสียความชุ่มชื้นของผิวไปกับการฟอกสบู่นั่นเอง

เรามักถูกสอนมาว่าให้ฟอกสบู่ ล้างมือ ล้างเท้าบ่อย ๆ เพื่อให้สะอาดปราศจากโรค แต่หากไม่ระวังและล้างมือบ่อยเกินความจำเป็นก็สามารถทำให้มือแห้งแตก มีเลือดออกได้ ซึ่งจะยิ่งเป็นอันตราย เพราะผิวที่แห้งแตกจะก่อให้เกิดอาการติดเชื้อตามมาในภายหลัง

การเลือกซื้อสบู่ และการใช้งานที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญในการดูแลผิวอย่างมาก สบู่ที่มีความรุนแรงจัดๆ เช่นสบู่ที่เน้นกำจัดกลิ่นตัว สบู่ที่ทำมาเพื่อต่อต้านแบคทีเรียโดยเฉพาะ สบู่เหล่านี้ทำให้คุณรู้สึกสะอาด และสบายตัว แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถทำให้ผิวของคุณแห้งกร้านได้มากกว่าสบู่ชนิดอื่น

การเลือกสบู่เพื่อดูแลผิวที่มีอาการแห้งกร้านั้น ควรเลือกสบู่ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือเลือกสบู่เด็ก ที่ไม่รุนแรงต่อสภาพผิว นอกจากนี้คุณสามารถเลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว

โดยสรุปแล้วการดูแลผิวเป็นสิ่งเรามักละเลย ไม่ให้ความสำคัญ เพียงแค่คุณหันมาเปลี่ยนการใช้ชีวิต ใช้โลชั่นให้ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อากาศแห้งๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และเลือกใช้สบู่ให้ถูกต้อง เพียงเท่านี้คุณก็จะมีผิวที่สวยงาม และดูมีน้ำมีนวลน่ามอง

ลิขสิทธิบทความของ sp-cosmeticsurgery.com

ผู้ให้บริการ Cosmetic Surgery Thailand

(ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการ

อาการติดเชื้อยีสต์(รา)ในช่องคลอด

December 19th, 2010 by admin No comments »


image source

อะไรคือการติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอด

ยีสต์คือเชื้อราชนิทหนึ่ง โดยปกติพวกมันจะอาศัยอยู่ในช่องคลอดด้วยจำนวนที่ไม่มากนัก การติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอดหมายถึง การที่มีเซลล์ยีสต์ ซึ่งก็คือเชื้อราเติบโตขึ้นเป็นจำนวนมากในช่องคลอด การติดชนิดประเภทนี้เป็นเรื่องปกติทั่วไปที่เกิดขึ้นได้ แม้ว่าอาจจะทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกไม่สบายใจ แต่การติดเชื้อนี้ไม่มีอะไรรุนแรง และการรักษาก็ทำได้ง่าย

อาการติดเชื้อเป็นผลมาจากยีสต์ที่เรียกว่า Candida Albicans ช่องคลอดที่มีสุขภาพดีจะมีแบคทีเรีย และเซลล์ยีสต์ในปริมาณหนึ่งซึ่งไม่มากเกินไปนัก แบคทีเรียกที่พบได้เป็นปกติคือ Lactobacillur Acidophilus ซึ่งช่วยดูแลส่วนนี้ของร่างกาย เมื่อความสมดุลย์สูญเสียไปจากการที่มีจำนวนยีสต์เติบโตขึ้นมากเกินไปก็จะเกิดอาการของโรคขึ้น ในบางกรณีการได้รับยาปฏิชีวนะก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายสูญเสียสมดุลย์ในจัดนี้ และทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้ นอกจากนี้การมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ซึ่งเกิดจากการตั้งครรภ์ หรือได้รับฮอร์โมนจากการรักษาโรค ก็ทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นเดียวกัน

ลักษณะอาการของโรค

อาการอย่างหนึ่งที่พบได้คืออาการเจ็บ, แสบ และคันที่ช่องคลอด ในบางครั้งมีอาการเจ็บแสบเมื่อปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์ ในบางรายจะมีตกขาวออกมาด้วย อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นระหว่างสัปดาห์ก่อนเป็นประจำเดือน ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ นอกจากการติดเชื้อรา และยีสต์แล้วจะต้องดูด้วยว่าคุณกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ ซึ่งแพทย์ที่ทำการตรวจรักษาอาจต้องช่องคลอดเพื่อหาที่มีของโรคให้แน่ชัด

วิธีการรักษา

เมื่อมีอาการของโรคปรากฎ และคุณไม่ได้ตั้งครรภ์ คุณสามารถทำการรักษาได้เองที่บ้าน ซึ่งคุณสามารถหาซื้อยาได้จากร้านขายยาทั่วไป โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ ยาที่คุณใช้ควรเป็นยาทา หรือสอดเพื่อจัดการกับเชื้อราในช่องคลอด หากมีอาการของโรคเล็กน้อย คุณอาจรอดูอาการเนื่องจากร่างกายของคุณสามารถดูแลตัวมันเองได้

อาการตกขาว มีการติดเชื้อรา หรือยีสต์ที่ช่องคลอดนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงตั้งครรภ์ หากคุณกำลังตั้งครรภ์ต้องจำไว้ว่าคุณไม่สามารถใช้ยาที่กล่าวมาข้างต้นโดยปราศจากคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากยาเหล่านี้อาจเป็นอันตรายกับเด็กได้

ในผู้ป่วยจำนวนมากจะมีอาการติดเชื้อกลับมาได้อีก หากคุณมีอาการติดเชื้อากว่าสี่ครั้งในหนึ่งปี คุณควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์อย่างละเอียด ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจว่าการติดเชื้อราในช่องคลอดนี้เป็นผลมาจากโรคอย่างอื่นที่เกิดขึ้นหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นเบาหวาน เป็นต้น

วิธีการป้องกันโรค

เราสามารถป้องกันการติดเชื้อยีสต์ หรือเชื้อราที่ช่องคลอด ซึ่งทำให้มีอาการตกขาว แสบ และคัน ได้โดยพยายามรักษาให้บริเวณอวัยวะเพศของคุณแห้ง และสะอาดอยู่เสมอ นอกจากนี้ไม่ควรให้มีการอับชื้นในร่มผ้า โดยเฉพาะในบริเวณอวัยวะเพศควรใส่เสื้อผ้าชั้นในที่เนื้อผ้ารองรับการถ่ายเทของอากาศได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น

  • ใส่ชั้นในที่ทำจากคอทตอน ไม่ใช่ไนลอน หลีกเลี่ยงการเกงชั้นในที่ฟิตพอดีจนเกินไป
  • หากมีการลงว่ายน้ำในสระ ค่อยถอดเปลี่ยนชุดว่ายน้ำออกทันที หลังเสร็จกิจกรรม
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม หรือสเปรย์บริเวณอวัยวะเพศโดยเด็ดขาด และไม่ใช้กระดาษชำระที่มีน้ำหอม
  • ลิขสิทธิบทความของ sp-cosmeticsurgery.com

    ผู้ให้บริการ Cosmetic Surgery Thailand

    (ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการ

    เหลือเชื่อ! เลิกกินน้ำตาลกับแป้ง…ผอมเลย

    December 7th, 2010 by admin No comments »

    image source

    การลดน้ำหนักให้ได้ 4 – 9 ปอน์ดต่อาทิตย์โดยไม่ต้องมานั่งนับปริมาณแคลลอรี่ที่กินเข้าไป หรือไม่ต้องออกกำลังกายมากมาย อาจดูเกินความเป็นจริง แม้ว่าเราจะเป็นคนที่หมกมุ่นกับการลดความอ้วน และพยายามลดพุงมากแค่ไหน การลดน้ำหนักโดยไม่ต้องทำอะไรดูจะเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ คุณอาจเริ่มต้นมองไปที่ดาราต่าง ๆ ซึ่งมักจะมี trainer ส่วนตัว และดาราหลาย ๆ คนก็ออกหนักสือลดความอ้วนมาให้เราด้วยอ่านกันตาม ที่น่าแปลกก็คือคุณไม่สามารถทำตามดาราเหล่านั้นเพื่อให้มีหุ่นที่ดีดังดาราคนนั้นได้

    หนังสื่อชื่อ “The Belly Fat Cure” ของ Cruise แนะนำว่าคุณสามารถกินอาหารที่คุณอยากกิน รวมทั้งอาหารขยะอย่างไอซ์ครีม มันฝรั่งทอด ฟิซซ่า หรือแม้แต่ชีสเบอเกอร์ ถ้าคุณควบคุมปริมาณน้ำตาล และคาโบไฮเดรต เพื่อควบคุมระดับอินซูลินของคุณ ข้อมูลนี้อาจฟังดูตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุณเคยเรียนรู้มา หนังสือเล่มนี้ยังบอกอีกว่าการลดน้ำหนักนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการนับจำนวนแคลอรี่ที่ได้รับเข้าไป, การกินให้น้อยลง หรือการออกกำลังกายให้เพิ่มมากขึ้น

    “The Belly Fat Cure” อะไรที่คุณกินได้?

    หนังสือเล่มนี้มีตัวอย่างการวางแผนการกิน ซิ่งยังคงเป็นสิ่งสำคัญอยู่ แต่ด้วยทฤษฏใหม่นี้อาจทำให้การกินของคุณสามารถยืดหยุ่นได้มากกว่าเิดิม และคุณสามารถเลือกกินของที่ชอบได้มากขึ้น ตามแผนการกินคุณควรวางแผนกินโปรตีน, ไขมัน และผักต่าง ๆ ที่มีปริมาณน้ำตาล และคาโบไฮเดรตต่ำ อาหารที่ผ่านการปรุงแต่งเพื่อให้มีความหวาน ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลธรรมดา หรือน้ำตาลเทียม คุณจะต้องหลีกเลี่ยง ส่วนไวน์, เบียร์, แชมเปจ และ ดาร์ค ชอล์กอแลต ถือว่าโอเค แต่คุณจะต้องไม่กินคอล์กเทล และขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ

    ตัวอย่างการวางแผนรับประทานอาหาร

    - อาหารเช้า ไข่ 3 ฟอง, ขนมปังปิ้งเนย 2 แผ่น

    - ของว่าง ถั่ววอลนัท

    - อาหารกลางวัน สลัดทูนา และขนมปัง 1 แผ่น

    - อาหารเย็น ไก่ย่าง กับเสต็ก สลัดผัก

    หนังสือเล่มนี้แนะนำการควบคุมน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำวันละ 8 – 10 แก้วต่อวัน และรับประทานผลไม้สดเป็นหลัก นอกจากนี้ยังต้องดื่มนมไขมันต่ำ และ น้ำผลไม้ 100%  ซึ่งการได้รับอาหารแบบนี้จะทำให้พุงของคุณหายไปได้

    โดยทั่วไปแล้วผลไม้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ เพราะประกอบไปด้วยไฟเบอร์ และสารอาหารที่มีประโยชน์ คุณสามารถได้รับสารอาหารจากผัก และผลไม้ เหมือนกับที่ได้จากเนื้อสัตว์ ซึ่งผัก และผลไม้จะมีน้ำตาล และไขมันที่ต่ำกว่า

    หนังสื่อ “The Belly Fat Cure” มีแนวคิดที่คล้ายกับ Atkins ซึ่งเป็นการเปลี่ยนการได้รับคาร์โบไฮเดรตของร่างกาย ในแต่ละวันผู้ลดน้ำหนักจะต้องได้รับน้ำตาลไม่เกิน 15 กรัมเท่านั้น และจะต้องได้รับไฟเบอร์เข้าไปในร่างกายในปริมาณที่มากพอ นอกจากนี้ปริมาณคาร์โบไฮเดรตไม่ควรจะเกิน 20 กรัมต่อวันเท่านั้น หากคุณสามารถควบคุมระดับน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายได้รับคุณก็สามารถที่จะกินอาหารได้หลายอย่างที่คุณต้องการ

    ตามทฤษฎีของ Cruise เขาจะใช้ carb swap หรือการเปลี่ยนระบบคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายได้รับ เพื่อให้ระดับอินซูลินถูกควบคุม ซึ่งถ้าคุณมีน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตในร่างกาย ก็จะทำใ้ห้ระดับอินซูลินในร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นไขมัน และไปสะสมอยู่ที่พุงของคุณนั่นเอง นอกจากจะลงพุงแล้วยังทำให้คุณมีริ้วรอย แก่ก่อนวัย ร่างกายอ่อนแออ มีพลังงานต่ำ และ

    ตามทฤษฎีของ Cruise เขากล่าวว่าเพราะว่าไขมัน และโปรตีนไม่ทำให้ระดับอินซูลินเพิ่มขึ้น ดังนั้นคุณจึงไม่จำเป็นต้องจำกัดการบริโภคสิ่งเหล่านี้ ซึ่งแนวคิดนี้ไม่เป็นที่ชอบใจนักสำหรับนักโภชนาการที่พยายามให้ผู้คนหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน เพื่อลดน้ำหนัก และเสริมสร้างสุขภาพ

    หนังสือ “The Belly Fat Cure” ของ Cruise แนะนำว่าการออกกำลังกายหลัก ๆ นั้นไม่จำเป็นสำหรับการลดความอ้วน! สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำก็แค่ sit up เพื่อให้หน้าท้องของคุณมีกล้ามเนื้อที่ชัดเจนขึ้นมา แต่ไม่ทำน้ำหนักก็จะลดลงอยู่ดี เพียงแต่คุณจะมีหน้าท้องที่ไม่สวยงาม หากคุณต้องการมีหน้าท้องที่สวยงาม ซึ่งมีข้อแนะนำในหนังสือเล่มนี้คุณจะต้องออกกำลังกายหน้าท้องเป็นประจำ 8 นาทีต่อวัน และหากต้องการมีร่างกายที่แข็งแรงคุณควรจะเดินเพื่อออกกำลังกายเป็นเวลา 20 นาทีต่อวัน ซึ่งแนะนอนว่า Cruise กล่าวว่ามันเป็นสิ่งที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ในการลดน้ำหนัก

    สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกับหนังสือเล่มนี้

    ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า “การลดน้ำหนักแบบนี้เป็นเพียงการล้อเล่น เกินจริงเท่านั้นเอง” กล่าวโโย Zied ผู้เขียนหนังสือ “Nutrition at Your Fingertips” ซึ่งหนังสือของ Zied อ้างอิงการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากมาย แต่ก็มีผลวิจัยหลายอย่างก็ไม่ตรงความจริงในปัจจุบันนัก

    แน่นอนว่าข้อมูลของ Cruise ไม่ได้รับการรับรองจากองค์กรวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่จะระมัดระวังเกี่ยวกับการกินเนื้อ, ไขมัน, และโซเดี่ยม ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อหัวใจของคุร และโรคหัวใจยังเป็นสาเหตุหลักอีกอย่างหนึ่งต่อการเสียชีวิตของคุณที่สหรัฐอเมริกา

    มากไปกว่านี้ระดับอินซูลินในร่างกายยังไม่สามารถควบคุมได้ง่าย Zied มีความเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่กินอาหารมากเกินไป รวมทั้งน้ำตาลด้วย และทุก ๆ คนควรระมัดระวังการกินสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวันรวมทั้งน้ำตาลด้วย

    คุณคิดอย่างไร ?

    แม้หนังสือ “The Belly Fat Cure” ของ Cruise จะสวนกระแสนักวิทยาศาสตร์ และนักวิจารณ์จำนวนมาก โดยกล่าวว่าคุณสามารถกินเนื้อ และไขมันได้ ตราบเท่าที่คุณระวังระดับน้ำตาล และคาร์๋โบไฮเดรต เพื่อควบคุมระดับอินซูลิน การออกกำลังกายไม่จำเป็นซะทีเดียวสำหรับการลดน้ำหนัก ยกเว้นว่าคุณต้องการจะมีหุ่นล้ำดูดีเหมือนนายแบบ หรือนักกีฬา

    ถึงกระนั้นก็ตามมีหลายคนที่กล่าวว่าหนังสือเล่มนี้มันได้ผล ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก internet เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ดูครับ ส่วนจะทำตามหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจส่วนตัวของคุณเท่านั้น ที่จะลองหรือไม่ อย่าลืมว่าวิทยาศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นเป็นไปได้ว่าหนังสือเล่มนี้จะเวิร์คสำหรับคุณ แต่ก็เป็นไม่ได้เช่นกันว่า มันเป็นเพียงแค่ขยะหนึ่งเล่มเท่านั้นเอง

    ลิขสิทธิบทความของ sp-cosmeticsurgery.com

    ผู้ให้บริการ Cosmetic Surgery Thailand

    (ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการ

    โรคหัวใจในผู้ชายป้องกันได้

    November 10th, 2010 by admin No comments »

    image source

    อาการหัวใจวาย และหัวใจหยุดทำงานสามารถฆ่าคุณ หรือทำให้คุณสุขภาพอ่อนแอ ล้มหมอนนอนเสื่อ และมีอาการหดหู่ซึมเศร้า เนื่องจากปัญหาสุขพาได้ บทความนี้จะช่วยให้คุณเตีรยมตัวรับมือ และป้องกันกับปัญหาโรคหัวใจที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณผู้ชายทุก ๆ ท่าน

    ทำไมเราจึงต้องสนใจเรื่องโรคหัวใจ?

    คุณอาจรู้สึกว่าโรคหัวใจที่เคยได้ยินกันมาเสมอ ๆ นั้นเป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด และคิดว่าปัญหาโรคหัวใจเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงนั้นโรคหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณหนุ่มเช่นกัน อาการหัวใจล้มเหลว และหัวใจหยุดสามารถพบได้บ่อยในผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งผู้ชายกลุ่มดังกล่าวจะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ในการใช้ชีวิตรวมทั้งปัจจัยทางด้านพันธุกรรมด้วย อัตราการป่วยเป็นโรคหัวใจจะยิ่งสูงมากในผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ดังนั้นหากคุณกำลังย่างเข้าสู่วัย 30+ ก็ควรที่จะศึกษาความเสี่ยง และวิธีการรักษาสุขภาพเพื่อไม่ให้โรคหัวใจเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตคุณโดยไม่ได้รับเชิญ

    ในความเป็นจริงแล้วคุณไม่มีใครเด็กเกิดไปที่จะเริ่มศึกษาสิ่งเหล่านี้ เพื่อสุขภาพของตัวคุณเอง อันที่จริงแล้วองค์การ American Heart Association ได้ออกมาแนะนำว่าผู้ชายตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไปควรเริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับโรคหัวใจ และการป้องกันของโรค ซึ่งสามารถที่เป็นเช่นนั้นเพราะวัยตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปผู้ชายมักเริ่มเรียนรู้ที่จะเที่ยว และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กต่าง ๆ โดยเฉพาะเบียร์ และเหล้า ซึ่งการได้รับสิ่งเหล้านี้เข้าไปมีผู้กระทบต่อหัวใจของคุณ

    เพื่อไม่ให้น่ากลัวจนเกินไป ลองคิดแบบนี้ก็แล้วกัน…ในระยะยาวหากคุณมีความเสี่ยงและโอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจแล้วล่ะก็ ทำไมไม่ลองศึกษาวิธีการที่จะช่วยป้องกัน ดูแลรักษาสุขภาพของคุณตั้งแต่วันนี้ ไม่มีอะไรสายเกินแก้ และถึงแม้ว่าสุขภาพหัวใจของคุณอาจจะไม่ดีนัก (สำหรับบางคน) ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรให้มันดีขึ้นมาเลยจริงมั้ยครับ?

    อะไรคืออาการหัวใจล้มเหลว และหัวใจหยุดเต้น?

    คุณคงเคยได้ยินคำว่า หัวใจล้มเหลว และหัวใจหยุดเต้นมาเป็นล้านครั้ง แต่คุณรู้หรือไม่ว่าทั้งสองอย่างนั้นแตกต่างกันอย่างไร? ตามหลักแล้วสิ่งที่ทำให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวค่อนข้างทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า กล่าวโดยคร่าว ๆ ก็คืออาการหัวใจล้มเหลวหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “heart attack” นั้นเกิดจากปัญหาของ “ท่อประปา” ในหลอดเลือด และเส้นเลือด

    หากจะเปรียบเทียบหลอดเลือด หรือเส้นเลือดของคุณ กับท่อประปาก็คงสามารถสร้างความเข้าใจให้คุณได้้มากยิ่งขึ้น ระบการหมุนเวียนเลือดในร่างกายของคุณมีหัวใจเป็นเหมือนเครื่องปั้ม ที่จะทำการปั้มเลือดให้วิ่งไปตามหลอดเลือด และเส้นเลือดตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อลำเลียงอ๊อกซิเจน และสารอาหารต่าง ๆ ไปยังเซลล์ของร่างกาย ซึ่งสาเหตุของอาการหัวใจวายเกิดจากปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลอดเลือด และเส้นเลือดนี้เอง ซึ่งหายจะเปรียบเทียบให้ฟังง่าย ๆ ก็คือ หากท่อประปาตัน น้ำที่ส่งออกมาก็ไม่สามารถถูกลำเลียงไปยังจุดต่าง ๆ ได้โดยสะดวก ทำให้มีปัญหาร้ายแรงตามมาได้นั่นเอง

    บางครั้งหลอดเลือดในร่างกายของเราถูกไขมัน และลิ่มเลือดอุดพอกพูดชั้นผนังของหลอดเลือด ทำให้พื้นที่เล็กแคบลง ถ้าลิ่มเลือดเกิดไปบล๊อกหลอดเลือดส่วนที่ไปเลี้ยงหัวใจพร้อม ๆ กันทำให้เลือดไม่สามารถผ่านได้ก็จะทำให้เกิดอาการหัวใจหยุดทำงาน เนื่องจากไม่มีเลือดหัวใจก็ทำงานไม่ได้ และเซลล์หัวใจก็จะเริ่มอดอยากจ และตายไป ซึ่งจะทำให้กระบวนการปั้มเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายหยุดชะงัก

    อาการหัวใจหยุดเต้นจะแตกต่างออกไป อาการหัวใจล้มเหลวเกิดจากปัญหาหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอุดตัน และอาการหัวใจหยุดเต้นเป็นผลมาจากกกระแสไฟฟ้าบริเวณหัวใจของคุณ มีการทำงานผิดปกติ ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ และเมื่อหัวใจมีการเต้นผิดปกติก็จะทำให้เกิด arrhythmia ซึ่งก็คือภาวะที่หัวใจเต้นผิดปกตินั่นเอง

    ในบางกรณี อาการหัวใจล้มเหลวสามารถนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นได้เช่นกัน

    เราจะป้องกันได้อย่างไร?

    เป้าหมายของการป้องการการเป็นโรคหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการหัวใจล้มเหลว หรือภาวะหัวใจหยุดเต้น ก็คือการมุ่งประเด้นไปที่ ปัญหาการอุดตันของลิ่มเลือด และการอาการหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งเมื่อเราสามารถแก้ไขปัญหาที่จุดนี้ได้แล้วก็จะทำให้เลือดสามารถไหลหมุนเวียนได้สะดวกเป็นปกติ ปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมาก็จะลดลง จนสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจได้ในที่สุด

    หลังจากที่ทำความเข้าใจเรื่องโรคหัวใจ และสาเหตุของการเกิดโรคอย่างคร่าว ๆ แล้วเรามาดูวิธีที่ลดความเสี่ยง หรือลดอาการหลอดเลือดอุดตันได้ไม่มากก็น้อย

    1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ – คุณควรออกกำลังกายอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงในแต่ละวัน

    2. รับประทานอาหารที่ถูกต้อง – อาหารที่ดีนั้นควรมีไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่น้อย ลดเนื้อแดง เช่นหมู หรือเนื้อวัว และรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น

    3. ลดน้ำหนัก – การลดน้ำหนักจำต้องใช้การออกกำลังกายอย่างมีเป้าหมาย รวมทั้งการควบคุมอาหารอย่างละเอีย ในข้อนี้จำเป็นต้องพูดแยกออกมา เพื่อที่จะเน้นให้เห็นความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีน้ำหนักเกิน หรืออ้วนลงพุง ควรเริ่มต้นควบคุมการใช้ชีวิต และลดน้ำหนักเพื่อให้โรคหัวใจไม่มาถามหา

    4. เลิกสูบบุหรี่ – ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีหลอดเลือดที่สกปรกติ และอุดตันมากว่าคนทั่วไปตั้งแต่ 2-4 เท่า เนื่องจากสารเคมีที่ได้รับเข้าไปจากบุหรี่

    5. ลดความเครียด

    หากคุณตั้งใจที่จะสร้ัางความแตกต่างให้กับสุขภาพแล้ว การทำทั้งห้าข้อข้างบนนี้คงไม่ยากเกินความสามารถของคุณอย่างแน่นอน หากคุณตั้งใจใช้ชีวิต ชีวิตจะตอบแทนคุณ ให้เราหันมารักษาสุขภาพ อย่าเป็นคน “อะไรก็ได้” การใช้ชีวิตง่าย ๆ เป็นเรื่องดีแต่ในบางครั้งการเลือดสรรค์สิ่งที่ดีสำหรับตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญในการมีชีวิตยืนนาน และที่สำคัญคืออย่าพลัดวันประกันพรุ่งเป็นอันขาด อย่าคิดว่าพรุ่งนี้ค่อยทำ เพราะพรุ่งนี้ก็มี “วันพรุ่งนี้” ของมันเองอีกเหมือนกัน จากการศึกษาค้นพบว่าในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ เมื่อพวกเขาหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง จะทำให้อายุของเขายืนยาวขึ้น ดังนั้นเรามาทำสิ่งเหล่านี้เพื่อตัวของเราเองกันเถอะครับ

    ลิขสิทธิบทความของ sp-cosmeticsurgery.com

    ผู้ให้บริการ Cosmetic Surgery Thailand

    (ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการ)

    วิธีทำหน้าอกสวย เรื่องของนมที่ไม่ควรมองข้าม

    October 11th, 2010 by admin No comments »

    ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน ผู้หญิงทุกคนก็ต้องการที่จะมีหน้าอกที่สวยงามกันทั้งนั้น ซึ่งหน้าอกหน้าใจของคุณผู้หญิงนี้เองที่ทำให้พวกเธอมีความมั่นใจ มีความเป็นหญิงในด้านรูปร่าง รวมไปทั้งการใส่เสื้อผ้าต่าง ๆ ได้สวยงามดึงดูดใจ การจะทำให้ส่วนนี้ของร่างกายดูดีจึงเป็นสิ่งที่ผู้ิหญิงทั่วไปให้ความสนใจ ซึ่งเราจะเห็นว่าสินค้าเกี่ยวกับเสื้อชั้นในผู้หญิงรุ่นต่าง ๆ ออกมาสู่ตลาดเพื่อให้ผู้สวมใส่มีหน้าอกที่สวยดูดีนั่นเอง

    จากการค้นคว้าทำให้มีข้อมูลในการทำให้หน้าอกสวยงามดูดี ซึ่งคุณผู้หญิงสามารถนำไปใช้เพื่อให้สามารถคงความสาว และสวยของหน้างอกไว้ได้ตราบนานเท่านาน การค้นคว้าวิจัยข้อมูลต่าง ๆ เห็นตรงกันว่าอายุที่เพิ่มขึ้น และแรงโน้มถ่วงของโลกมีผลอย่างมากกับรูปทรงของทรวงอก ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำข้อควรปฏิบัติง่าย ๆ ที่คุณผู้อ่านสามารถนำไปปฏิบัติได้ทันที

    1. ควบคุมการกินอาหาร

    เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับ oestrogen hormone ในร่างกายของคุณสูงขึ้นมากเกินไป ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีอัลกอฮอล์กในปริมาณมาก ๆ  และพยายามรับประทานผัก และผลไม้ที่มีกากใยสูง ซึ่งจะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายให้ทำงานเป็นปกติ ทำให้ผิวของคุณเต่งตึงมีน้ำมีนวลน่าสัมผัส และเป็นสิ่งแรกที่คุณควรทำเพื่อให้มีหน้าอกสวยๆ เป็นของตัวเอง

    ได้รับปริมาณโปรตีนที่มากพอ โปรตีนเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยทำให้กล้ามเนื้อต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่ดี และยังสร้างคอลลาเจนให้กับผิวอีกด้วย ซึ่งกล้ามเนื้อ และคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้หน้าอกของสาว ๆ ดูเต่งตึงน่าสัมผัส

    คุณสามารถใช้ไขมันที่พบในปลา และโอลีฟออย มาใช้เพื่อทนแทนไขมันที่มาจากสัตว์ชนิดอื่น เนื่องจากไขมันจากปลา และโอลีฟออยนั้นจะดีต่อสุขภาพของคุณมากกว่า นอกจากนี้ควรได้รับผลไม้ และผักในจำนวนที่มากพอเป็นประจำทุกวัน

    2. เลือกใช้บราที่ดี เหมาะกับสรีระของคุณ

    การสวมใส่ยกทรง หรือบราที่ดีจะทำให้หน้าอกของคุณได้รับการปกป้องดูแลเป็นอย่างดี เนื่องจากหน้าที่ของบราคือช่วย support หน้าอกจากแรงโน้มถ่วงของโลก อีกทั้งยังมีหน้าที่ช่วยรักษาทรงของคุณไว้ไม่ให้เสีย หรือหย่อนคล้อยไปตามการเวลา ควรเลือกบราเฉพาะอย่าง สำหรับแต่ละกิจกรรม เช่นเมื่อออกกำลังกายควรใช้บราที่ดูและเป็นพิเศษ เพราะจะมีแรงกระแทก กระเด้งกระดอนสูง อีกตัวอย่างเช่น เมื่อกำลังให้นมบุตร ก็ควรเลือกใช้บราให้เหมาะสม เป็นต้น

    ควรเลือกใช้บราให้ถูกขนาด การเลือกขนาดของบราเป็นปัญหาสำหรับผู้หญิงหลาย ๆ คน ปัญหาที่ตามมาเมื่อใช้บราขนาดไม่ถูกต้องก็คือ หน้าอกจะไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่บราที่คัุบเกินไป หรือหลวมเกินไป นอกจากนี้ควรมีช่วงหนึ่งของวันที่หน้า้อกของคุณไม่ถูกบีบรัดจากบรา เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก และเป็นการคืนอิสระภาพให้แก่หน้าอกที่รักของคุณ โดยปกติแล้วคุณควรปล่อยให้หน้าอกของคุณได้เป็นอิสระจากบราประมาณ 12 ชั่วโมงต่อวัน ในการเลือกขนาดของบราที่เหมาะสมนั้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ให้คำแนะนำจากร้านค้าชั้นนำ ไม่ควรใช้ของถูกเกินไป เพราะไม่ได้ออกแบบมาเป็นอย่างดี เรื่องแบบนี้ไม่ควรเสียดายเงิน เพราะเดี๋ยวหน้าอกสวย ๆ จะพังเอา

    3. ควบคุมน้ำหนัก

    หากคุณมีปริมาณไขมันในทรวงอกมากเกินไปจะทำให้ผิวหนังในส่วนนั้นเกิดการตึงมากเกินไปเหมือนกับลูกโป่ง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อผิวของหน้าอก เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้เกิดการแตกลายของผิวได้ หน้าอกจะดูไม่สวยงาม นอกจากนี้ถ้าคุณมีการลดน้ำหนักมากเกินไปก็อาจจะทำให้หน้าอกที่เคยเต่งตึงมีอาการลีบแบน และดูเหมือนถุงกาแฟหย่อนหยานได้เช่นกัน

    การควบคุมน้ำหนักที่ดีจะต้องทำสองอย่างควบคู่กันไป คือควบคุมอาหาร รวมทั้งปริมาณไขมันในร่างกาย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากคุณต้องการจะลดน้ำหนัก ควรทำอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดอาการแตกลาย หรือมีอาการเหี่ยวแห้งจนร่างกายไม่มีน้ำมีนวล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โดยปกติครูฝึกที่ยิมจะสามารถให้คำแนะนำแก่คุณได้เป็นอย่างดี ที่เหลือแก่แค่เอาใจใส่ตัวเอง และลุกขึ้นมาทำตัวให้ดูดี ทีนี้หน้าอกสุดเซ็กซี่จะหนีไปไหนเสีย

    4. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

    สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว การออกกำลังกายที่ดีจะช่วยคุณในการควบคุมน้ำหนัก และทำให้กล้ามเนื้อเกิดความแข็งแรงขึ้น ซึ่งกล้ามเนื้อมัดด้านในที่อยู่ใต้ไขมันในทรวงอกจะมีส่วนสำคัญอย่างมาก ที่จะทำให้หน้าอกของสาว ๆ ดูเต่งตึงไม่แก่ก่อนวัย กล้ามเนื้อในส่วนนี้จะช่วยทำให้หน้าอกมีความกระชับ ยกชูชัน ไม่หย่อนคล้อย ท่าออกกำลังกายเพื่อบริหารหน้าอกได้แก่ การวิดพื้น หรือที่เรียกกันว่า push-up การยึดข้อ หรือดึงตัวขึ้นโหนบาร์ อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายประเภทนี้ไม่ได้ทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้น ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายของบทความนี้อยู่แล้ว คุณควรจะมุ่งเน้นที่การทำให้หน้าอกไม่ห้อยยายน่าเกลียด คือขนาดบางครั้งก็ไม่สำคัญเท่ากับหน้าอกของคุณดูสวยงาม เหมาะกับคุณและน่าหลงไหลหรือไม่ ใหญ่แต่ย้อย ห้อยยาน ก็ไม่มีประโยชน์เหมือนกัน

    การออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าอกอย่างเหมาะสม จะทำให้สรีระของคุณดูไม่แก่ก่อนวัย นอกจากนี้ยังมีท่าต่าง ๆ ที่เน้นการออกกำลังกายเพื่อให้มีหน้าอกที่สวยงามโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Pec Press, Butterfly Press, หรือ Pectoral Push-Ups (อ่านต่อได้ที่ SP Blog)

    5.  นวดเฟ้นน้องนม

    การนวดหน้าอกที่ถูกวิธีจะช่วยเพิ่มความกระชับเต่งตึงของหน้าอกไว้ ทำให้คงความสาวและสดของหน้าอกหน้าใจไว้ได้อีกนาน ทำให้เรื่องนมนมไม่เป็นเรื่องหนักอกอีกต่อไป การนวดที่ถูกวิธีพร้อม ๆ กับใช้ครีมที่ดีซักตัวนึงในการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตของหน้าอก จะช่วยป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกินจากผิวแห้งกร้าน และทำให้หน้าอกมีความอ่อนเยาวน์ เต่งตึงสวยงาม

    แน่นอนว่าหน้าอกสวย ๆ นั้นเป็นผลมากจากการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่เฉพาะรูปร่างความสวยงาม แต่ต้องเป็นการดูแลสุขภาพควบคุมไปด้วย หากจะมีหน้าอกที่สวยงามคุณต้องดูแลตัวเองทั้งภายนอก และภายในควบคู่กันไป เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะพยายามรักษาอวัยวะที่บ่งบอกความเป็นแม่ในตัวคุณให้อยู่กับคุณตราบนานเท่านาน การดูแลหน้าอกตัวเองอย่างสม่ำเสมอยังช่วยทำให้คุณเห็นความผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นอาการแรกเริ่มของโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งเต้ามนมได้อีกด้วย ดังนั้นให้คุณผู้หญิงหันมาใส่ใจดูแล “นม” กันเสียตั้งแต่วันนี้ก่อนที่จะสายเกินไป

    บทความจาก www.sp-cosmeticsurgery.com/blog/

    ผู้ให้บริการ Cosmetic Surgery Thailand

    (ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการ)

    อาหารที่ทำให้กลิ่นตัวเหม็นฉึ่ง!

    October 5th, 2010 by admin 1 comment »

    image source

    หากคุณเป็นคนที่กินไม่เลือก และมีกลิ่นตัวก็อาจเป็นไปได้ว่าอาหารที่คุณกินเป็นประจำเป็นต้นเหตุทำให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่ทำให้คนใกล้ตัวต้องร้องยี้! เครืองปรุงและส่วนผสมในอาหารบางอย่างอาจทำให้คุณมีกลิ่นตัวได้มากกว่าที่คุณคิด ยกตัวอย่างเช่นอาหารอิตาเลียน ที่ดูดีมีชาติตระกูล และอาจเป็นอาหารที่หลาย ๆ คนชอบไปทาน ไม่ว่าจะเป็นพิซซ่า หรือสปาเก็ตตี้ที่คุณกินเป็นประจำ สิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงก็คือเครื่องเทศที่มาพร้อมกับอาหาร เช่นกระเทียมกลิ่นแรงที่คุณกินเข้าไป ทำให้การอาบน้ำฟอกสบู่อาจไม่ทำให้กลิ่นของมันหายไปจากตัวคุณได้ง่าย ๆ

    คุณคงเคยสังเกตุว่าเวลาที่กินอาหารบางอย่าง กลิ่นของมันจะติดตัวคุณไปนานหลายชั่วโมง หรืออาจเป็นวันเลยทีเดียว และอาหารบางอย่างก็สามารถทำให้คุณมีเหงื่อออกมาก ๆ ได้เช่นกัน ครั้งต่อไปเวลาที่คุณไปร้านพิซซ่า ลองสั่ง hot wing มาทานดูแล้วคอยสังเกตุว่าเวลาที่กินเจ้า hot wing แสนอร่อยคุณจะมีเหงื่อออกหรือไม่ ถ้าใช่…นั่นก็เป็นผลของ capsaicin ซึ่งเป็นสารประกอบหนึ่งที่อยู่ในพริกไทยที่นำมาใช้ทำไก่ hot wing ซึ่ง capsaicin จะไปกระตุ้นต่อมรับรสที่ลิ้นของคุณ กระบวนการนี้จะไปหลอกระบบประสาทของคุณให้ “คิดว่า” กำลังร้อนอยู่ทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมา ต่อม hypothalamus ที่สมองของคุณจะสั่งการทำงานของต่อมเหงื่อให้ขับเหงื่อออกมาเนื่องจากมันถูก capsaicin หลอกเอา

    นอกจากตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้น อาหารที่เสริพขณะที่ยังร้อนก็ทำให้คุณมีเหงื่อออกได้ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟร้อน, ชาร้อน หรือแม้แต่ซุปร้อน ๆ ก็ทำให้เหงื่อออกเช่นกัน แม้ว่าอุณหภูมิของร่างกายคุณจะไม่ร้อน หรือพูดง่าย ๆ คืออุณหภูมิของร่างกายไม่ได้สูง แต่เมื่อทานอาหาร หรือเครื่องดื่มร้อนๆ เข้าไปก็จะทำให้มีเหงื่อออกมาได้ อาหารที่มีสารประกอบระเหยง่าย มีฤิทธิในการกระตุ้น metabolism ของร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ สารประกอบพวกนี้มักจะไปอยู่ในเครื่องเทศกลิ่นแรง ๆ ทั้งหลาย สารประกอบในอาหารเหล่านี้จะเข้าไปในกระแสเลือด และขับออกมาทางปัสสาวะ ลมหายใจ รวมทั้งเหงื่อด้วยเช่นกัน ทำให้ตัวคุณมีกลิ่นเหม็น ไม่พึงประสงค์ต่อคนข้าง ๆ

    คำถามที่น่าสนใจคือทำไมคนบางคนกินเครื่องเทศที่มีสารประกอบระเหยง่ายเหล่านี้เข้าไปแล้วจึงไม่มีกลิ่นตัว หรือมีกลิ่นตัวน้อยกว่าคนบางคน คำตอบสำหรับคำถามนี้จะต้องไปดูองค์ประกอบต่าง ๆ ของอาหารที่คน ๆ หนึ่งกินไปทั้งหมด และอาจรวมไปถึงยีนส์ที่แตกต่างกันของแต่ละคนด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากคุณเป็นคนมีกลิ่นตัวง่าย คุณก็ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีเครื่องเทศมาก ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีกลิ่นเหงื่อออกมา แต่อย่างว่าละครับ เรามักจะไม่รู้ตัวของเราเองว่าตัวเราเหม็นหรือไม่ ดังนั้นการสอบถามคนใกล้ตัวก็อาจเป็นทางหนึ่งที่ช่วยคุณสังเกตุกลิ่นไม่พึงประสงค์ก่อนออกจากบ้านได้

    ถ้าจะถามว่าอาหารประเภทใดเลวร้ายที่สุดที่ทำให้คุณมีกลิ่นตัว กลิ่นปาก เจ้าตัวร้ายที่คนส่วนใหญ่กล่าวถึงคงไม่พ้นกระเทียม สาเหตุก็เพราะกระเทียมมีกลิ่นรุนแรง และคนทั่วไปสังเกตุได้ง่ายว่ามันมีกลิ่น มันจึงกลายเป็นผู้ร้ายของสังคมที่ถูกกล่าวโทษว่าเป็นตัวทำให้เกิดกลิ่นตัว และกลิ่นปากไปโดยปริยาย

    ในกรณีของกระเทียม สารเคมีที่ส่งกลิ่นออกมาจากลมหายใจ และเหงื่อของคุณก็คือซัลเฟอร์ ถ้าคุณเคยสูดดมกลิ่นของซัลเฟอร์ตรง ๆ จะพบว่ากลิ่นมันเหมือนกับไข่เน่าไม่มีผิด เจ้าซัลเฟอร์นี้เองที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวรุนแรง ในความเป็นจริงไม่ได้มีแต่กระเทียมอย่างเดียวที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ นอกจากกระเทียมแล้วหัวหอมก็ทำให้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ไม่แพ้กัน ไหนจะอาหารที่เป็นแกงเผ็ด ๆ ที่มีเครื่องเทศต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดกลิ่นดีแท้ อาหารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวอินเดียมีกลิ่นตัวเป็นเอกลักษณ์ คุณคงจะเคยผมและสัมผัสกลิ่นที่ว่าจากชาวอินเดียกันมาบ้าง ซึ่งเป็นเพราะอาหารของพวกเขามีเครืองเทศจำนวนมาก

    แม้แต่อาหารที่ไม่มีกลิ่นแรง ก็ทำให้กลิ่นตัวคุณเปลี่ยนไปได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นคนที่ชอบกินเนื้อมาก ๆ จะมีกลิ่นตัวที่แรงกว่าคนที่ไม่กินเนื้อ หรือกินเนื้อน้อยกว่า ดังนั้นหากคุณต้องการที่จะมีกลิ่นตัวหอมกรุ่นชื่นใจ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือจะต้องเลือกรับประทานอาหารที่ปราศจากเครื่องเทศ หรือมีเครื่องเทศเป็นส่วนประกอบไม่มากนัก พยายามหลีกเลี่ยงกระเทียม และหัวหอม รวมทั้งลดการกินเนื้อให้น้อยลง โดยธรรมชาติร่างกายของเราแล้ว จะสามารถทำงานได้ดีกว่าถ้าเรากินผักเข้าไปเป็นจำนวนมาก ๆ ในแต่ละวัน เพราะเนื้อจะย่อยได้ยาก

    แต่ถ้าหากคุณไม่สนใจเรื่องกลิ่นตัวเท่าไหร่นัก เราก็อยากจะบอกว่ากระเทียม กับหัวหอมมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณอย่างมาก ตัวอย่างเช่นกระเทียมสามารถลดระดับคอเลสเตอรอล และไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ กระเทียมสามารถช่วยให้คุณได้รับประโยชน์อย่างมากถ้าคุณเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด หากจะศึกษาให้ดี ๆ แล้วจะพบว่ามันมีประโยชน์มากมาย และถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ในหลาย ๆ อย่าง ส่วนหัวหอมก็สามารถช่วยในการเจริญอาหาร, แก้หวัด, ลดอาการไอ, แน่นหน้าอก, การติดเชื้อของแบคทีเรีย, ฯลฯ

    ลิขสิทธิบทความของ sp-cosmeticsurgery.com

    ผู้ให้บริการ Cosmetic Surgery Thailand

    (ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการ)

    หากต้องการให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอด…

    September 23rd, 2010 by admin No comments »

    image source

    ผู้หญิงนั้นไซร้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประหลาดซับซ้อนอย่างมาก และเหมือนว่าผู้ชายจะไม่เคยเข้าใจผู้หญิงได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะทางด้านอารมณ์หรือทางด้านร่างกาย แต่ทว่าผู้ชายทุกคนจำเป็นจะต้องคอยระวังไม่ให้พวกหล่อนเกิดอารมณ์บูดขึ้นมา ซึ่งจะทำให้บรรยากาศเป็นพิษได้ การพยายามหาทางเอาใจเรื่องบนเตียงก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พวกผู้ชายทุกคนควรหันมาให้ความสนใจ ก็ํแหม…สมัยนี้แล้วเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องใกล้ตัว และนอกจากการทำความเข้าใจที่จะมีเซ็กส์อย่างปลอดภัยแล้ว การที่ผู้ชายพยายามทำความเข้าใจผู้หญิงมากขึ้น และหาวิธีที่จะช่วยให้เธอบรรลุึถึงเป้าหมาย ซึ่งก็คือจุดสุดยอด หรือที่เราเรียกว่า Climax ได้นั้นเป็นสิ่งที่พึ่งกระทำเป็นอย่างยิ่ง

    อันที่จริงแล้วเซ็กส์ที่ดีจะต้องไม่มุ่งเน้นจุดหมายปลายทางมากจนเกินไป นั่นคือคุณไม่ควรรีบจ้ำอ้าวให้เสร็จไว ๆ ราวกับว่าไฟไหม้บ้าน แล้วต้องรีบขนย้ายข้าวของออกมายังไงยังงั้น เซ็กส์ที่ดีจะต้องประกอบไปด้วยการปลุกเร้าทางอารมณ์ การประเล้าประโลมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ให้เกิดความรู้สึกไว้เนื้อเชื้อใจ รู้สึกผูกพันธ์เป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งความหมายของมันนั้นย่อมมากกว่าแค่คำว่าการ “สอดใส่” อย่างแน่นอน คุณผู้ชายจะต้องฝึกทำความเข้าใจผู้หญิง และพาเธอไปถึงเป้าหมาย โดยคำนึงถึงกลีบกุหลาบที่โรยตามทาง ให้ขั้นตอนของการเดินทางไปสู่จุดหมายเป็นเรื่องน่าอภิรมณ์

    ผู้ชายส่วนมากจะไม่มีปัญหากับการถึงจุดสุดยอดไว ๆ อันที่จริงในหลาย ๆ คนจะเป็นตรงกันข้ามด้วยซ้ำ นั่นคือ…เสร็จไวเกินไป หรือที่เราเรียกว่า “ล่มปากอ่าว” แต่ในทางตรงกันข้าม ผู้หญิงมักมีปัญหาเสร็จยาก เสร็จช้า ซึ่งโดยส่วนใหญ่ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการทำรักที่ขาดความเข้าใจ และความเข้าใจผิดอย่างมากอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ชายมักคิดว่าขนาดของอุปกรณ์ของเขา ถ้ายิ่งมีขนาดใหญ่จะยิ่งทำให้ผู้หญิงมีความสุข และถึงจุดสุดยอดได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงเลยทีเดียว เพราะในความเป็นจริงหากขนาดของน้องชายคุณไม่เล็กจนเกินเยียวยา เรียกว่าไปวัดไปวาได้ เพียงเท่านั้นก็พอที่จะทำให้ฝ่ายหญิงมีความสุขแล้ว เพียงแต่คุณใช้เจ้าน้องชายของคุณเป็นรึเปล่า? ไม่ง่ายนักที่จะเป็นมืออาชีพ แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะเรียนรู้ เพียงเท่านี้ผู้หญิงก็จะสามารถถึงจุดสุดยอดได้ง่าย ๆ ด้วย “ฝีมือ” ของคุณ

    โหมโรงก่อนเปิดการแสดงสด

    การโหมโรงหรือปลุกเร้า กระตุ้นอารมณ์ของฝ่ายหญิงจะทำให้พวกเธอถึงจุดสุดยอดได้ง่ายขึ้น แต่นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอน และวิธีการปฏิบัติมากน้อยแค่ไหนเช่นกัน

    มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้เพื่อเป็นการปฏิบัติ foreplay หรือการกระตุ้นก่อนมีเพศสัมพันธ์ เช่นการโอบกอด ลูบไล้ส่วนต่าง ๆ ของกันและกัน ด้วยความรัก ทนุถนอม แสดงความอบอุ่นทางกาย การจูบแบบดูดดื่ม หรือแม้แต่ oral sex ที่พวกเราคงรู้จักันดีอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเสมอคือ คุณจะต้องไม่รีบ ค่อยเป็นค่อยไป ให้คอยสังเกตุอารมณ์ร่วมของฝ่ายหญิง อารมณ์ทางเพศของผู้หญิงจะค่อย ๆ ถูกปลดปล่อยออกมา และทยายขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนขั้นบรรไดที่คุณจะต้องค่อย ๆ ก้าวไปทีละขั้น อย่ารีบร้อน…

    สร้างบรรยากาศ สร้างอารมณ์

    หากคุณ และฝ่ายหญิงรู้สึกเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของการร่วมรักอันแสนโรแมนติก ก็เป็นสิ่งยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เนื่องจากเพศหญิงเป็นเพสที่มีความต้องการการตอบสนองทางอารมณ์ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเร้าทางด้านร่างกาย ดังนั้นบรรยากาศในการร่วมรักจึงเป็นสิ่งสคัญมาก การสร้างบรรยากศที่เหมาะเจาะ จะเป็นผลดีกับคุณทั้งคู่ เช่นการเลือกใช้แสงไฟที่ช่วยสร้างบรรยากศ การปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม การเปิดเพลงเบา ๆ เค้าคลอบรรยากาศ หรือแม้แต่การเลือกชุดนอนบางเบาหวาบหวิว เพื่อช่วยกระตุ้นอารมณ์ของคุณทั้งคู่ ก็จะทำให้บทรักบนเตียงในชีวิตคู่ของคุณมีสีสันมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้วิธีการปอกเปลือก หรือถอดชุดของคู่รักของคุณออกก็ยังช่วยสร้างบรรยากาศให้กับการร่วมรักได้มากทีเดียว ไม่ใช่ว่า ถอด ๆ ให้เสร็จ ๆ  ไป…ของแบบนี้มันต้องมีศิลปะกันบ้าง

    ใช้ปากให้เป็น

    ปากเป็นอวัยวะที่พิเศษมาก ๆ อย่างหนึ่งที่มนุษย์พึงจะมี มันสามารถสร้างความสยิวกิ้ว และความรู้สึกอบอุ่นได้ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการจูบปากกันอย่างดูดดื่ม และแฝงไปด้วยความรัก หรือการพรมจูบตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายคู่รักของคุณ นอกจากนี้คุณอาจจะกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู หรือไซร้ซอกคู่ให้คู่รักขนลุกซู่ก็ํทำได้เช่นกัน และที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีก็คือการทำ Oral Sex ซึ่งหากทำอย่างมีศิลปะแล้วก็จะช่วยเพิ่มความสุขในการมีเซ็กส์ได้อย่างแน่นอน ทุกอย่างต้องค่อย ๆ ทำอย่ารีบร้อน ลนลาน… หัดทำสิ่งเหล่านี้อย่างมีศิลปะไม่ใช่ทำรีบ ๆ ลวก ๆ แบบนั้นจะทำให้เสียอารมณ์ซะมากกว่า

    อาวุธน่ะ…ใช้เป็นมั้ย?

    เจ้าน้องชายของฝ่ายชายนั้นไม่ได้มีไว้สอดใส่เห็นเสร็จ ๆ กันไปเท่านั้น เมื่อถึงตนเข้าได้เข้าเข็มก็จะเป็นการพิสูจน์ศิลปะรักสำหรับคุณผู้ชายแล้วว่ารู้จักใช้อุปกรณ์ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดดีพอหรือไม่… รถเฟอรารี่ถ้าตกอยู่ในมือของคนที่ขับ super car ไม่เป็นก็คงไม่ต่างจากรถ city car ธรรมดานั่นเอง ดังนั้นหากจะเขียนถึงวิธีการใช้อาวุธอุปกรณ์ก็คงจะต้องเขียนแยกอีกบทความนึงกันเลยทีเดียว เพราะมันมีรายละเอียดเยอะแยะมากมาย อาทิเช่น แทงตื้น 4 ลึก 1 หรือแม้แต่ การขยับซ้ายขวาให้งูเลื้อยได้แนบชิดผนังถ้ำทุกจุด หรือไม่ว่าจะเป็นการแทงเน้นย้ำจุด G-Spot เป็นต้น

    เรียนรู้จักคู่รักของคุณ

    ผู้หญิงและผู้ชายมีความต้องการที่แตกต่างกัน มีความคาดหวังที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีการตีความหมายของการสื่อสารต่าง ๆ แตกต่างกัน และให้น้ำหนักของแต่ละส่งไม่เท่ากัน ที่สำคัญมนุษย์เรายังมีความเป็นปัจเจกบุคคล มีความแตกต่างกันในทุก ๆ คน ดังนั้นการเริ่มต้นมองหาและทำความเข้าใจว่าคู่ของตนชอบอะไรไม่ชอบอะไร จึงเป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่งที่จะกระทำ คนบางคนต้องการเพียงแต่ว่าให้ตนเองพึงพอใจก็เพียงพอแล้ว หรือเหมาทึกทักเอาเองว่า เขาหรือเธอคงจะพอใจ ซึ่งหากมีการเก็บกดความรู้สึกไม่สมใจไว้นานวันเข้ามันอาจจะระเบิดออกมา หรือถึงกับต้องเลิกรากันไปได้เลยทีเดียว การเรียนรู้จักคู่ของคุณสามารถทำได้หลายวิธิไม่ว่าจะเป็นการถามตรง ๆ หรือพยายามสังเกตุการตอบสนองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคุณเป็นฝ่ายกระตุ้น เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผู้หญิงบางคนเพียงแค่ถูกไซร้ที่ซอกคอก็ล่องลอยเตลิดเปิดเปิง ในขณะที่อีกคนอาจต้องการจูบที่ดูดดื่มก็เป็นได้ นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้คือความเข้าอกเข้าใจกัน ซึ่งจะต้องเริ่มต้นเป็นรากฐานอย่างหนึ่งของความสัมพันธ์ ถ้ามีความเข้าใจกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรื่องเซ็กส์ก็ไม่ยากที่จะร่วมกันทำให้มีความสุขได้เช่นกัน

    ลิขสิทธิบทความของ sp-cosmeticsurgery.com

    ผู้ให้บริการ Cosmetic Surgery Thailand

    (ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการ)

    ออกกำลังกายระวัง…ขาดน้ำ

    September 21st, 2010 by admin No comments »

    image source

    คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ระวังเรื่องน้ำในร่างกายมากเท่าที่ควร ร่างกายของเราสูญเสียน้ำตลอดเวลา การขาดน้ำอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมาได้ และจะยิ่งส่งผลชัดเจนถ้าคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ มีการใช้พลังงานมากในแต่ละวัน หรือถ้าคุณเป็นนักกีฬาที่มีการฝึกซ้อมอย่างหนัก การขาดน้ำจะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้มากกว่าที่คุณคิด

    เมื่อคุณอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน และเสียเหงื่อในปริมาณมาก ๆ ร่างกายของคุณกำลังสูญเสียน้ำอยู่ คุณอาจรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย คลืนไส้ หรืออาจมีอาการปวดหัวรุนแรงตามมาเช่นกัน แม้ว่าคุณจะไม่ได้อยู่กลางแดด แต่การทำงานในชีวิตประจำวันที่นั่งอยู่ในออฟฟิศ ก็ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้เช่นกัน และการขาดน้ำสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณ ดังนั้นหากคุณรู้สึกอ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือปวดหัว ก็อาจเป็นไปได้ว่าร่างกายของคุณกำลังต้องการน้ำนั่นเอง

    อาการขาดน้ำ หรือได้รับน้ำไม่เพียงพอจำทำให้ร่างกายทำงานหนักมากยิ่งขึ้น เมื่อร่างกายขาดน้ำอุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้น และอัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น รวมทั้งสมองจะทำงานมีประสิทธิภาพลดลง ไม่สามารถมีสมาธิกับการทำงานได้ การขาดน้ำทำให้เกิดความเจ็บป่วยตามมา หรือที่เราเรียกว่า heat illness ที่เกิดจากความร้อนในร่างกาย เมื่อร่างกายของคุณสูญเสียเหงื่อ 9-12% ของน้ำหนักก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน

    หากคุณจะออกกำลังกายในอากาศที่ร้อน และเสียเหงื่อเป็นจำนวนมาก คุณจำเป็นต้องใส่ใจกับการเติมน้ำให้กับร่างกาย การดื่มน้ำในปริมาณที่มากเพียงพอจะช่วยให้คุณทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งออกกำลังกายได้ดียิ่งขึ้น เมื่อร่างกายมีความร้อนสูงขึ้น ร่างกายจะพยายามทำให้อุณหภมิต่ำลงโดยอัตโนมัติ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่นอุณหภมิของอากาศในขณะนั้น, ความชื้นในอากาศ และกิจกรรมที่คุณกำลังทำอยู่ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรามักไม่ค่อยได้สังเกตุ แต่เป็นส่ิงที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

    สิ่งที่ควรไม่ควรทำก็คือรอให้รู้สึกหิวน้ำซะก่อน แล้วค่อยคิดว่าร่างกายกำลังต้องการน้ำ บางครั้งอาการขาดน้ำสามารถเกิดขึ้นได้ โดยที่คุณยังไม่ทัน หิวน้ำด้วยซ้ำ ดังนั้นเรามาดูการเตรียมตัวเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำที่เกิดจากการออกกำลังกายกันเถอะครับ

    1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

    คุณควรจิบน้ำเรื่อย ๆ ทุก ๆ 15-20 นาที แม้ว่าการดื่มน้ำมากเกินไประหว่างออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง แต่การจิบน้ำเป็นระยะ ๆ จะช่วยให้ร่างกายของคุณไม่ขาดน้ำจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณออกกำลังกายหนัก ๆ อย่างเช่นเล่นเทนนิส, ฟุตบอล หรือว่าบาสเกตบอล นอกจากนี้คุณควรให้ร่างกายรับน้ำมากเพียงพอก่อนที่จะออกกำลังกายประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง รวมทั้งหลังจากออกกำลังกายด้วยเช่นกัน

    2. สังเกตุสีของปัสสาวะ

    ถ้าสีของปัสสายะเป็นสีอ่อน ๆ แสดงว่าคุณไม่มีอาการขาดน้ำ แต่ถ้าเป็นสีเข้มก็อาจหมายความว่าร่างกายของคุณไม่ได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ซึ่งคุณจะต้องดื่มน้ำมากขึ้นเพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอกับความต้องการ

    3. เลือกเครื่องดื่มให้เหมาะสม

    เมื่อคุณออกำลังกายในปริมาณที่แตกต่างกัน ความต้องการน้ำก็จะต่างกันออกไป ถ้าเพียงออกกำลังกายเบาๆ  การดื่มน้ำเพียงแค่ 1-2 แก้วก็อาจจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ถ้าคุณออกกำลังกายตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงขึ้นไป การได้รับน้ำผลไม้ซ้ำหน่อย หรือเครื่องเดิมเกรือแร่บ้าง ร่างกายก็จะได้รับคาร์โบไฮเดรต ทำให้ได้รับพลังงานมากขึ้น ซึ่งโดยปกติร่างกายของคุณะจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่บางส่วนไปกับการออกกำลังกาย

    4. ชั่งน้ำหนักก่อนและหลังการออกกำลังกาย

    ให้ทำการชั่งน้ำหนักก่อนออกกำลังกาย แล้วค่อยไปออกกำลังกาย จากนั้นให้กลับมาชั่งน้ำหนักอีกครั้งหนึ่ง น้ำหนักที่หายไปนั้นจะเป็นของเหลวที่คุณสูญเสียไปจากการออกกำลังกาย ดังนั้นคุณควรจะดื่มน้ำเข้าไปเพื่อชดเชยสิ่งที่สูญเสียไป แต่ถ้าชั่งอีกทีแล้วน้ำหนักมากขึ้นแสดงว่าคุณดื่มน้ำมากเกินไปแล้วล่ะครับ

    ของเหลวเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อของคุณสามารถทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งก็คือระดับน้ำตาลในเลือด คุณจำเป็นต้องกินอาหารเบา ๆ เพื่อให้ได้พลังงานอย่างน้อย 100 แคลลอรี่ก่อนที่จะออกกำลังกายประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นการป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณต่ำเกินไป อาหารเบา ๆ ที่กินเข้าไปนั้นยังช่วยกันไม่ให้คุณหิวจนเกินไปหลังจากที่ได้ออกกำลังกายแล้ว ซึ่งอาการหิวจัดหลังจากออกกำลังกายนั้นเป็นการบ่งชี้ว่าร่างกายของคุณได้รับพลังงานไม่เพียงพอ และถ้าคุณเผลอกินเข้าไปมากจนเกินไป ก็เป็นเหตุให้น้ำหนักขึ้น อ้วนขึ้น แทนที่จะสามารถลดน้ำหนักได้นั่นเอง

    ลิขสิทธิบทความของ sp-cosmeticsurgery.com

    ผู้ให้บริการ Cosmetic Surgery Thailand

    (ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการ)

    คุณกำลังมีความรัก หรือเพียงแค่ความใคร่ ?

    September 18th, 2010 by admin 1 comment »

    image source

    คุณกำลังมีความรัก หรือว่าเป็นแค่ความใคร? ความรักกับความใคร่มีความต่างกันอย่างมาก แต่ในหลาย ๆ ครั้งเรากลับไม่สามารถแยกแยะมันออกจากกันได้อย่างสิ้นเชิง บางทีความหลงใหลในตัวคู่ของคุณอาจไม่ได้มาจากความรัก แต่มาจากความใคร่เพียงอย่างเดียวก็เป็นไปได้ และโดยธรรมชาติแล้วเมื่อคุณคบกันไปเป็นเวลานาน ความใคร่นั้นก็จะหายไปทำให้ความสัมพันธ์ที่แท้จริงนั้นปรากฏออกมา หากความรักนั้นไม่มีอยู่จริงในความสัมพันธ์ ก็เป็นไปได้ว่าความสัมพันธ์นั้นจะมีแต่ความขมขื่นที่ต้องอดทนอยู่ด้วยกันไป หรือถึงขั้นเลิกรากันไปในที่สุด

    เป็นธรรมชาติที่มนุษย์เรานั้นจะมีความต้องการในเพศตรงข้าม ซึ่งมันอาจเป็นไปได้ที่ความต้องการนั้นจะนำไปสู่ความรักที่สมหวัง แต่ก็อาจเป็นเพียง ความใครชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งความต้องการนี้เกิดขึ้นได้กับทั้งผู้ชาย และผู้หญิง ดังนั้นการกล่าวว่าความต้องการในเพศตรงข้ามเป็นเพียงความต้องการของเพศชายที่คิดลามก และคิดถึงแต่เรื่องเซ็กส์ตลอดเวลา จึงเป็นคำกล่าวที่เกิดความเป็นจริงซัีกหน่อยนึง เพราะแม้ว่าผู้ชายจะคิดถึงเรื่องเพศมากกว่าผู้หญิงจริง แต่ทว่าผู้หญิงเองก็มีความต้องการในเพศตรงข้ามเช่นกัน

    สำหรับผู้ชายทั่วไปแล้ว ความใคร่ และความต้องการทางเพศนั้นเป็นประสบการณ์ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กล่าวคือเพศชายจะมีความต้องการทางเพศมากกว่าผู้หญิง และมีการศึกษาวิจัยค้นพบว่าผู้ชายอาจคิดถึงเรื่องเพศได้ทุก ๆ 5-10 นาทีเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งที่เป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่ทำให้ผู้ชายมีความต้องการทางเพศก็คือฮอร์โมนเพศที่เรียกว่า testosterone ซึ่งความใคร่ก็ไม่ต่างจากความรักตรงที่มันทำให้คน “ตาบอด” ได้เช่น เดียวกัน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตอนเริ่มต้นของความสัมพันธ์ คุณจะไม่สามารถแยกแยะได้ชัดเจนว่าสิ่งที่คุณผู้ชายกำลังรู้สึกอยู่เป็นความรัก หรือความใคร่กันแน่ ซึ่งคุณผู้ชายจะไม่สามารถแยกแยะได้อย่างเด็ดขาดว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ “ใช่” สำหรับเขาแล้วหรือไม่ ผู้ชายจำนวนมากไม่สามารถแยกแยะความใคร่ออกจากความรักที่แท้จริงได้ นั่นเพราะโดยธรรมชาติแล้วผู้ชายมีต้องการทางกายภาพที่ถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศ ซึ่งรสชาติของความสัมพันธ์นี้จะค่อย ๆ หมดความน่าสนใจไปตามกาลเวลา

    ดังนั้นเรามาสำรวจกันหน่อยดีกว่าว่าคุณกำลังมีความรักหรือความใคร่อยู่กันแน่ หากคุณกำลังมีความรักก็อาจจะเกิดความรู้สึกแบบนี้ได้…

    1.รู้สึกเข้ากันได้ดี มีเคมีที่ตรงกัน

    คุณอาจพูดคุยกันจนเพลินจนลืมเวลาไปเลย ชั่วโมงอาจเป็นเหมือนนาทีสำหรับคุณ คุณเต็มใจที่จะรับฟังคู่ของคุณไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ ก็แล้วแต่ และคุณรู้สึกว่าเข้ากันได้ดีไปซะหมด

    2. คุณรู้สึกว่าคู่ของคูณดูดีในสายตาคุณ

    คุณพอใจในตัวคู่ของคุณ คำว่าดูดีในที่นี้ไม่จำเป็นว่าเขาหรือเธอ จะต้องเป็นคนหล่อคนสวยแต่อย่างใด แต่ไม่ว่าอย่างไรคุณก็รู้สึกดีในสิ่งที่เขาเป็น เพราะคุณยอมรับเขาแบบนั้น และไม่ว่าเขาหรือเธอจะทำอะไร คุณรู้สึกว่ามันดูดีไปซะหมด แม้ในบางครั้งจะทำสิ่งที่ดูไม่ดี แต่คุณก็สามารถมองเป็น “ความน่ารัก” ไปซะได้

    3. อยากใช้เวลาด้วยกันนาน ๆ บ่อย ๆ

    เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะรักใครซักคนหนึ่ง แล้วไม่ต้องการใช้เวลากับเขา หรือพบเจอเขา หากคุณรักใครซักคนหนึ่งคุณจะหาเวลาให้กับเขาอย่างแน่นอน เพราะคุณเห็นคุณค่าของเขา และรู้สึกดีที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ คุณได้ทำให้เขากลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ และคุณต้องการให้เวลาผ่านไปโดยมีเขาอยู่ข้าง ๆ ดังนั้นถ้าคุณเริ่มรู้สึกไม่ต้องการใช้เวลากับคู่ของคุณ เริ่มรู้สึกไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากเจอ ก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณหมดรักเขาซะแล้ว

    4. เริ่มวางแผนอนาคตด้วยกัน

    เมื่อคุณเริ่มวาดฝันร่วมกันเกี่ยวกับการแต่งงาน และมีบุตร และการใช้ชีวิตในอนาคต บางคู่ถึงกับลงรายละเอียดกันเลยทีเีดียว เช่นบ้านที่จะซื้อร่วมกันจะต้องมีลักษณะอย่างไร มีสีแบบไหน หรือจะมีลูกคนแรกจะตั้งชื่อว่าอะไร เป็นต้น การวาดฝัน และวางแผนอนาคตด้วยกันด้วยความเต็มใจ แสดงว่าคุณทั้งคู่มีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และนั่นเป็นสัญญาณของคนที่กำลังมีความรัก

    5. คุณต้องการให้ครอบครัวรู้จักเขาหรือเธอ

    เมื่อคุณเริ่มรักใครซักคน และเริ่มคิดฝันวางแผนอนาคตร่วมกันกับเขา ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะต้องการให้ครอบครัวของคุณรู้จักเขา คุณอาจต้องการความคิดเห็นจากคนในครอบครัว ว่าคุณกำลังตัดสินใจเลือกคู่ครองไม่ผิดตัว หรือคุณกำลังต้องการให้ครอบครัวของคุณยอมรับเขา ให้เหมือนที่คุณรู้สึก นั่นเอง

    6. คุณให้เขา หรือเธอเป็นส่วนหนึ่งในแผนของคุณเสมอ

    เมื่อคุณรักแฟน หรือคู่ของคุณ เวลาที่คุณวางแผนจะทำอะไร คุณจะต้องการให้คนที่คุณรักอยู่ในแผนนั้นด้วยเสมอ เช่นต้องการไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือไม่ว่าจะเป็นเพียงแค่ต้องการพาสุนัขไปเดินเล่น คุณจะรู้สึกว่าต้องการให้เขา หรือเธอคนนั้นอยู่ตรงนั้นด้วยกับคุณเสมอ ดังนั้นลองสังเกตุตัวเองดูว่า เวลาที่คุณวางแผนจะทำสิ่งต่าง ๆ คุณได้ให้เขา หรือเธอคนนั้นมีส่วนร่วมไปกับคุณมากน้อยแค่ไหน

    7. คุณอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจคู่ของคุณ

    คนเราต้องมีวันที่ไม่ดี วันที่แย่ วันที่ทุกอย่างไม่เป็นใจ คำถามคือ คุณได้อยู่เคียงข้างกันและกันในวันที่เลวร้ายหรือไม่ มนุษย์เรานั้นนอกจากจะมีความต้องการในเรื่องเซ็กส์ และความต้องการทางกายภาพต่าง ๆ แล้ว ความต้องการทางด้านจิตใจก็เป็นสิ่งที่เราทุกคนโหยหาเช่นกัน โดยเฉพาะความต้องการที่จะมีใครซักคนคอยปลอบโยนให้กำลังใจในวันที่ทุกอย่างดูมืดมนไปซะหมด ถ้าหากคุณสามารถยืนอยู่เคียงข้างคู่ของคุณได้ด้วยความเต็มใจ และพร้อมที่จะช่วยเขาฟันฝ่าอุปสรรคไปแล้วล่ะก็ นั่นคือส่วนประกอบหนึ่งของคำว่า “รัก”

    8. คุณอยากปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นอยู่เสมอ

    เราต้องการที่จะเป็นคนที่ดีขึ้น เพื่อให้คนที่เรารักภูมิใจ และพอใจ ซึ่งเป็นเรื่องปกติทีเดียวที่เราจะเห็นว่าคนที่กำลังมีความรัก จะเริ่มหันมาแต่งตัวให้ดูดี เริ่มดูแลสุขภาพ เริ่มขึ้นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่างไปจากเดิม นอกจากนี้คุณยังพยายามปรับปรุงนิสัยที่ไม่ดีหลายอย่างเพื่อให้เป็นคนที่ดีขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตามบางคู่กลับมีคน ๆ เดียวที่พยายามเปลี่ยนแปลง แต่คู่ของตนกลับไม่ยอมเปลี่ยนแปลงปรับปรุง สิ่งนี้เป็นสัญญาณอันตรายของชีวิตคู่ และชีวิตสมรส เพราะความรักที่มีสุขภาพแข็งแรงนั้นจะ้ต้องประกอบไปด้วย ความเข้าใจ ความอ่อนโยนสุภาพ และความถ่อมใจพอที่จะยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนที่ตัวรัก

    ลิขสิทธิบทความของ sp-cosmeticsurgery.com

    ผู้ให้บริการ Cosmetic Surgery Thailand

    (ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการ)

    วิตามิน และอาหารเสริม สำหรับผู้หญิง

    September 15th, 2010 by admin 1 comment »

    เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี คุณจะต้องพยายามอย่างมากที่จะกินอยู่อย่างถูกต้องเพื่อสุขภาพ ซึ่งนั่นหมายถึงการเลือกรับประทานอาหารต่าง ๆ ครบถ้วนตามความต้องการของร่างกาย ได้รับวิตามิน และสารอาหารต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งควรอาจใช้การบริโภคผลไม้ และผักเข้ามาช่วย นอกจากนี้การได้รับโฮลเกรน และไขมันดี ก็ทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้นด้วยเช่นกัน

    อย่างไรก็ตาม คุณยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกมากมายเกี่ยวกับเรื่องอาหาร และมีความรู้ที่น่านใจเกี่ยวกับวิตามิน และอาหารเสริมที่จะช่วยให้คุณผู้หญิงสามารถมีสุขภาพที่ดีได้อีกด้วย

    เริ่มต้นที่อาหาร

    ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่าคุณไม่ควรจะสนใจอาหารเสริมมากนัก และควรมุ่งเน้นการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น ซึ่งแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว อันที่จริงมีผลไม้เป็นร้อย ๆ อย่าง มีโฮลเกรนอีกนับไม่ถ้วน และอาหารอื่น ๆ อีกมากมายที่มาจากพืช ซึ่งช่วยให้ร่างกายของคุณมีสุขภาพที่ดีขึ้น ดังนั้นการได้รับแต่อาหารเสริม โดยหวังว่าสารอาหารทั้งหมดจะถูกบรรจุลงไปยังเม็ดยาเพียงหนึ่งถึงสองเม็ดนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก

    การควบคุมและลดอาหารผ่านการกินอาหารที่ถูกต้อง และดีต่อสุขภาพเป็นพื้นฐานที่ดีที่สุดที่จะป้องกันโรคต่าง ๆ ไม่ให้มากร่ำกราย และไม่มียาเม็ด หรืออาหารเสริมใดอาจมาทนแทนกระบวนการย่อยอาหาร ที่เกิดขึ้นกับเราได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามผู้คนมักละเลย และมองข้ามการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ทุกอย่างต้องทำเร็ว ๆ และเอาง่ายเข้าว่า อย่าง fast food ที่เราเห็นกันอยู่ดาษดื่นตามห้างสรรพสินค้า ทำให้หลาย ๆ ครั้งเราจำเป็นต้องรู้จักหักห้ามใจ ไม่ให้ความต้องการ หรือความคิดละเลยการดูแลสุขภาพของตัวเองมาทำให้่คุณกินอย่างไม่บันยะบันยัง จนมีสุขภาพที่ทรุดโทรมได้นั่นเอง

    แต่สุดท้า่ยแล้วหากคุณไม่สามารถรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือได้รับวิตามินอย่างเพียงพอในแต่ละวัน การได้รับวิตามิน หรืออาหารเสริมเข้ามาช่วยเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องหรือไม่ ?
    วิตามินรวมที่เหมาะสมกับร่างกาย
    ผู้คนมากมายที่สนับสนุนการรับอาหารเสริมไม่ว่าจะทั้บแบบเม็ด หรือแบบชงที่เป็นวิตามินรวม คิดว่าสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนการทำประกันสุขภาพ ที่ป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหาร และป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ได้ วิตามินที่จำเป็นเช่น C,D,E, แคลเซียม และแมกนีเซียม คุณสามารถหาเพิ่มได้ง่าย ๆ จากการซื้ออาหารเสริมที่มีขายกันทั่วไป ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดทางการแพทย์ว่าอาหารเสริมพวกนี้จะสามารถช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต่างจากแค่คิดว่า ร่างกายขาดสารอาหารและเมื่อได้รับวิตามินเหล่านี้แล้วร่างกายจะถูกเติมสารอาหารเข้าไป หรือจะพูดให้ง่าย ๆ ก็คือแม้จะได้รับวิตามิน และอาหารเสริมพวกนี้เข้าไป คุณก็ยังจะต้องเจ็บป่วยอยู่ดี และการได้รับอาหารเสริมพวกนี้ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันทางสุขภาพของคุณแต่อย่างใด

    ในปี 2006 องค์กร Nation Institutes of Health แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้ข้อสรุปว่าข้อมูลต่างๆ ทางการวิจัยยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าการได้รับอาหารเสริมวิตามินรวมต่าง ๆ นั้นสามารถช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้จริงหรือไม่

    ในปี 2009 มีการศึกษากับคนจำนวน 77,700 โดยทำการศึกษามาเป็นเวลา 5 ปี และคนกลุ่ีมนี้มีอายุตั้งแต่ 50-70 ปี เมื่อเปรียบเทียบคนที่ได้รับอาหารเสริม กับคนที่ไม่ได้รับ ผลคือยังไม่มีนัยสำคัญทางการแพทย์ที่สามารถระบุได้ว่าอาหารเสริมเหล่านี้ช่วยป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นได้จริง ดังนั้นจึงอาจพูดได้ว่าการให้ความสำคัญเลือกอาหารการกินที่ถูกต้องต่อสุขภาพของคุณนั้นยังเป็นสิ่งที่สำคัญ และอาจสำคัญมากกว่าการมองหาอาหารเสริมราคาแพง ที่สัญญาว่าสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตของคุณได้นั่นเอง

    ในปี 2010 นักวิจัยจากประเทศสวีเดนได้ทำการศึกษาผู้หญิงจำนวน 35,000 คน และผลการค้นคว้าวิจัยพบว่า เมื่อได้รับอาหารเสริมประเภทวิตามินเข้าไปติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้กลายเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านมได้

    อย่างไรก็ตามการค้นคว้าวิจัยนี้ไม่อาจกล่าวสรุปได้ว่า วิตามิน และอาหารเสริมต่าง ๆ เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม เพราะการเกิดมะเร็งนั้นสามารถเกิดจากปัจจัยเสี่ยงได้หลายอย่าง

    Antioxidant สำหรับผู้หญิง

    ผู้หญิงหลายคนซื้ออาหารเสริมรับประทานเป็นประจำ จนแทบจะได้โลห์รางวัลลูกค้าดีเด่นกันเลยทีเดียว สิ่งแรกที่ผู้หญิงทุกคนมักหาซื้อมาก็คือวิตามิน C ซึ่งสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สามารถต่อสู้กับโรคหวัดได้ดีจนไปถึงการป้องกันการเกิดมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีวิตามิน E ซึ่งดูเหมือนจะสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้

    แต่มีงานวิจัยออกมาบอกว่าสาร Antioxidant ที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งที่สามารถหาได้จากวิตามินต่าง ๆ อย่าง C และ E นั้นไม่สามารถได้รับจากวิตามินที่มาในรูปแบบเม็ดได้ นั่นคือถ้าอยากได้ Antioxidant คุณจะต้องได้รับจากอาหารจริง ๆ ถึงจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อร่างกาย และการได้รับวิตามินแบบเม็ดอย่างนี้ไปนาน ๆ อาจเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้

    ในปี 2007 มีการค้นคว้าศึกษา และตีพิมพ์ลงบน Journal of the American Medical Association ซึ่งพูดเกี่ยวกับวิตามิน E, A และอาหารเสริมที่ให้เบตาแคลอทีน กล่าวโดยสรุปการวิจัยนี้คือ อัตราการเสียชีวิตของผู้ที่ได้รับอาหารเสริมเหล่านี้กลับสูงกว่าคนธรรมดาที่กินอาหารตามปกติซะอีก และการได้รับอาหารเสริมที่เป็นวิตามิน C ในปริมาณมาก ๆ ยังเป็นส่วนเชื่อมโยงไปยังความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดต้อกระจกได้อีกด้วย

    แคลเซียมสำหรับผู้หญิง

    แคลเซียมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกายที่จะมีกระดูกที่แข็งแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณจะต้องหมั่นดูและไปตลอดชีวิต องค์กร Insitute of Medicine (IOM) แนะนำว่าผู้หญิงที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่นั้นควรได้รับแคลเซียม 1,000 mg เป็นประจำทุกวัน ก่อนที่อายุจะถึง 50 และควรได้รับแคลเซียม 1,200 mg เป็นประจำทุกวันตั้งแต่อายุ 50 ขึ้นไป

    สำหรับคนส่วนใหญ่ อาหารเสริมอัดใหม่ทั้งหลายแหล่นั้นคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งนายแพทย์ Robert Heaney แห่ง Creighton University ได้กล่าวว่า “ร่างกายจำเป็นต้องได้รับทั้งแคลเซียม และโปรตีนเพื่อให้กระดูกมีสุขภาพที่ดี” ดังนั้นการได้รับอาหารเสริมที่เป็นห้แคลเซียมนั้นอาจไม่มีส่วนช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซับแคลเซียมไปเสริมสร้างให้แก่กระดูกได้เลย เพราะแคลเซียมจะต้องทำงานร่วมกันสารอาหารอย่างอื่นจึงจะสามารถก่อให้เกิดประสิทธิภาพที่แท้จริงได้

    สรุปคือการได้รับอาหารที่ดีนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งหากคุณต้องการ Antioxidant หรือ แคลเซียม แล้วล่ะก็แทนที่จะมองหาอาหารเสริมราคาแพง ซึ่งก็ไม่ผิดหากคุณจะรับประทานอาหารเสริมเหล่านั้น เพราะยังไม่มีการศึกษาใด ๆ ยืนยันว่าอาหารเสริมมีอันตรายต่อสุขภาพได้อย่างชัดเจน เพียงแต่คุณจะต้องได้รับอาหารที่ดีเพียงพอควบคู่ไปด้วย อย่าได้ฝากความหวังเรื่องสุขภาพของคุณไว้กับอาหารเสริมตามที่เห็นโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ เป็นอันขาดเลยทีเดียวเชียว

    ลิขสิทธิบทความของ sp-cosmeticsurgery.com

    ผู้ให้บริการ Cosmetic Surgery Thailand

    (ห้ามเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาติอย่างเป็นทางการ)

    
    -->